M8BET ซิโก้ใส่ชื่อ”ซีกฮาร์ท-จิตปัญญา”ลุ้นติดโผฉะยูเออี-อิรัก

M8BET

กุนซือช้างศึกเผยใส่ชื่อสองดาวเตะบุรีรัมย์อยู่ในข่ายลุ้นฉะยูเออีและอิรัก หลังหมดสิทธิ์ใช้งาน ประกิต ที่ติดโทษแบน

M8BET เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยว่าได้ใส่ชื่อ อเล็กซานเดอร์ ซีกฮาร์ท และ จิตปัญญา ทิสุด สองกองกลางจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็น 1 ใน 35 ผู้เล่นที่เตรียมพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และ ทีมชาติอิรัก ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ช้างศึกจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ประกิต ดีพร้อม ที่ติดโทษแบนหลังจากถูกไล่ออกจากสนามในเกมที่เปิดบ้านพ่าย ญี่ปุ่น 0-2 ทำให้ล่าสุด “ซิโก้” เล็งเรียกตัว อเล็กซานเดอร์ ซีกฮาร์ท และ จิตปัญญา ทิสุด เข้ามาติดทีมแทน รวมถึง สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางจากแบงค็อก ยูไนเต็ด ก็อยู่ในข่าย

“เรื่องประกาศรายชื่อเรายังไม่สามารถบอกได้แต่จากการที่ประกิต ติดโทษแบน ก็มีหลายคนที่เราเล็งไว้ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ (สรรวัชญ์) หรือจะเป็น ซีกฮาร์ท และ จิตปัญญา ที่เข้ามาอยู่ในโผแต่ก็ต้องตัดสินใจกันอีกที”

นอกจากนี้ “ซิโก้” ยังกล่าวถึงการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เลื่อนการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก เพื่อให้ ช้างศึก มีเวลาเก็บตัวมากขึ้น ก่อนพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และ ทีมชาติอิรัก ซึ่งจากเดิมจะเดินทางวันที่ 1 ตุลาคมนี้ มาเป็น 26 กันยายนนี้แทนว่า

“ต้องขอบคุณสมาคมและพีแอลที เราต้องการเก็บตัวเพิ่มมากขึ้นเพื่อต้องการสร้างความมั่นใจให้แฟนบอลชาวไทย รวมถึงนักเตะทุกคน จะเห็นได้ว่า 2 เกมแรกแม้เราจะไม่มีแต้มแต่เราก็ต่อกรกับ ซาอุ และ ญี่ปุ่น ได้ดี เพราะเรามีเวลาเก็บตัวพอสมควร”

“ส่วนยูเออีก็เป็นทีมที่แข็งแกร่ง เขาบุกไปชนะญี่ปุ่นได้ถึงถิ่น ฉะนั้นมันเป็นเกมที่ยากแน่นอนเราเลยต้องการเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด”

สำหรับ ทีมชาติไทย จะออกไปเยือน ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 3 วันที่ 6 ตุลาคม ต่อด้วยเยือน ทีมชาตอิรัก วันที่ 11 ตุลาคม

เว็บเล่นบอลออนไลน์ ม้าลายเปิดหัวกัลโชเชือดวิโอลาหืดจับ 2-1

เว็บเล่นบอลออนไลน์

ดาวยิงค่าตัวแพงของเบียงโคเนรี กลายเป็นซูเปอร์ซับลุกจากม้านั่งสำรองลงมาพังประตูชัย พาต้นสังกัดใหม่เบียดชนะขุนพลม่วงมหากาฬหวุดหวิด

เว็บเล่นบอลออนไลน์ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กุนซือเจ้าบ้าน ตัดสินใจส่งวิงแบ็คขวาจอมเก๋าตัวใหม่อย่าง ดาเนียล อัลเวส ลงประเดิมในกัลโช เซเรีย อานัดแรกทันที ส่วนแข้งป้ายแดงอีกรายอย่าง กอนซาโล อิกวาอิน ยังต้องนั่งรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองไปก่อน

ด้านทีมเยือนของ เปาโล ซูซา ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเลือกใช้งาน เฟเดริโก้ เคียซา ดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 18 ปี ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆของ เอ็นริโก้ เคียซา อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี ลงเล่นในระดับทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วย

ครึ่งแรกเป็นยูเวนตุสที่ได้โอกาสทำเกมรุกบุกเข้าใส่ได้มากกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 37 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จอร์โจ้ คิเอลลินี เปิดบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ ซามี เคดิรา วิ่งโฉบมาโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ม้าลายออกนำ 1-0 และจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังแม้ว่าฝั่งเจ้าบ้านจะยังครองเกมได้เหนือกว่า แต่กลับกลายเป็นฝั่งฟิออเรนตินาที่มาอาศัยทีเด็ดเซตพีซตามตีเสมอ ในนาทีที่ 70 จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ โยซิป อิลิซิช เปิดให้ นิโกลา คาลินิช เทกตัวโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

อย่างไรก็ตาม ถัดมาแค่ 5 นาทีเท่านั้น ขุนพลเบียงโคเนรีก็มาทำประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ควัดโว อซาโมอาห์ จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ เคดิรา ซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อคแนวรับของม่วงมหากาฬมาเข้าทางตัวสำรองที่เพิ่งลงมาก่อนหน้านี้เพียง 9 นาทีอย่าง อิกวาอิน ตั้งเท้าซ้ายแปจ่อๆเข้าไป เป็นประตูแรกอย่างเป็นทางการของเจ้าตัวกับทีมใหม่ด้วย ช่วยให้เจ้าบ้านออกนำอีกรอบที่ 2-1

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ส่งผลงให้สุดท้ายจบเกมเป็นยูเวนตุสที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด 2-1 เก็บสามแต้มแรกขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงชั่วคราว ส่วนฟิออเรนตินาหล่นไปอยู่อันดับ 19 รองสุดท้าบชั่วคราว

MAXBET เวลส์ถล่มรัสเซียไม่ยั้ง 3-0 ซิวแชมป์กลุ่ม

เวลส์ทำผลงานรอบแบ่งกลุ่มในยูโรหนแรกสวยหรู หลังไล่อัดรัสเซียไม่ไว้หน้า 3-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับหนึ่งของกลุ่มบี

MAXBET ฟุตบอลยูโร 2016 เกมนัดที่สามของกลุ่มบี ที่สตาดียอม มูว์นีซีปาล ในเมืองตูลูส เป็นการพบกันระหว่างรัสเซีย ทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ที่เก็บได้เพียง 1 คะแนนจากการลงสนาม 2 นัด พบกับ เวลส์ ที่มี 3 คะแนนจากการลงสนาม 2 นัด

เลโอนิด สลัตสกี้ กุนซือทีมหมีขาว ในระบบ 4-2-3-1 เลือกใช้ โรมัน ชิโรคอฟ ออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง คอยประงานกับ พาเวล มามาเยฟ และเดนิช กลูชาคอฟ ในแดนกลางโดยมีอาร์เต็ม ซิวบา เป็นกองหน้าตัวเป้า

ด้านคริส โคลแมน เทรนเนอร์ทัพมังกรแดงเลือก แซม โวคส์ ลงมาเป็นศูนย์หน้าคู่กับแกเร็ธ เบล ในแดนหน้า ที่เหลือยังคงเป็นแข้งกำลังหลักจาก 2 เกมแรกอย่าง แอชลีย์ วิลเลียมส์, โจ อัลเลน และอารอน แรมซีย์

เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาที เวลส์ได้ประตูออกนำรัสเซียอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่โจ อัลเลน ฉวยโอกาสแทงบอลทะลุช่องอย่างเหนือชั้นจากบริเวณกลางสนามมาให้ อารอน แรมซีย์ ก่อนเจ้าตัวจะงัดบอลยกข้ามตัว อิกอร์ อคินเฟเยฟ ตุงตาข่าย

หลังเสียประตู รัสเซียเดินหน้าโหมบุกใส่รัสเซียในทันที เน้นการต่อบอลเจาะแนวรับทีมมังกรแดง บวกกับโยนบอลมาให้อาร์เต็ม ซิวบาเป็นส่วนใหญ่ แต่สุดท้ายยังไม่สามารถเอาชนะเกมรับของเวลส์ได้

เวลส์ที่เน้นเล่นเกมโต้กลับโจมตีเป็นส่วนใหญ่ มาได้ประตูหนีห่างรัสเซียออกไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 20 เมื่อแกเร็ธ เบล จัดการกระชากบอลจากบริเวณกลางสนาม ก่อนจะไหลบอลผ่านแนวรับรัสเซียมาเข้าทาง นีล เทย์เลอร์ ที่รออยู่ทางกราบซ้ายของเขตโทษรัสเซีย ซัดบอลจังหวะแรกไปติดเซฟของอิกอร์ อคินเฟเยฟ แต่ปัดบอลไม่ห่างตัว ทำให้เทย์เลอร์ได้โอกาสยิงอีกครั้งและคราวนี้เป็นประตู

นาทีที่ 27 รัสเซียเกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่แอชลีย์ วิลเลียมส์สกัดบอลไม่ขาด จนบอลมาเข้ามาอาร์เต็ม ซิวบา ได้โอกาสยิงในกรอบเขตโทษ ทว่าเวย์น เฮนเนสซี กลับปฏิเสธลูกยิงดังกล่าวออกไปหวุดหวิด

เวลาที่เหลือในครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเปิดหน้าบุกแลกกันอย่างสนุก เวลส์เกือบได้ประตูทิ้งห่างออกไปอยู่หลายครั้ง ทั้งจากการยิงของแซม โวคส์ และ อาร์รอน แรมซีย์ จากการไหลบอลของแกเร็ธ เบล รวมถึงโอกาสจากเจ้าตัวเอง ทว่ายังไม่เฉียบคมพอ ขณะที่รัสเซียยังคงเน้นใช้บอลโยนโจมตีแนวรับเวลส์สลับกับการหาโอกาสจากลูกยิงไกลของทั้งอเล็กซานเดอร์ โคโครินและดมิทรี คอมบารอฟ แต่จากจังหวะสุดท้ายยังไม่แม่นยำพอ ทำให้หมดครึ่งแรก เวลส์นำรัสเซียอยู่ 2-0

เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง รัสเซียขยับเปลี่ยนตัวผู้เล่นสองราย ถอดวาชิรี เบราซุตสกี และโรมัน ชิโรคอฟ กัปตันทีมออก แล้วส่งอเล็กเซ บาราซุตสกี และอเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ลงเล่นแทน ขณะที่เวลส์ยังไม่มีการรายงานเปลี่ยนตัวผู้เล่น

ถัดมานาทีที่ 58 เวลส์มาได้ฟรีคิกบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้ายของรัสเซีย แต่แกเร็ธ เบล ที่เคยทำประตูระยะนี้ได้ในเกมชนะสโลวาเกีย 2-1 กลับซัดบอลจังหวะนี้หลุดเสาออกไป

สกอร์ของเวลส์เริ่มขยับหนีห่างออกไปเป็น 3-0 จากโอกาสโต้กลับที่คริส กันเทอร์ ไหลบอลทางกราบขวามาให้อารอน แรมซีย์ จ่ายบอลตัดกองหลังรัสเซียที่รุมอยู่ถึง 4 คนมาเข้าทางแกเร็ธ เบล ที่ได้โอกาสดวลกับอิกอร์ อคินเฟเยฟ ก่อนเจ้าตัวจะซัดบอลผ่านมือเข้าประตูไปอย่างไม่ยากเย็น และถือเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเม้นต์นี้อีกด้วย